มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อธิการบดี มจร เปิดงานสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่น 64 ภาคกลาง เชื่องานบริการวิชาการ มจร ต้นแบบงานเพื่อสังคม

“อธิการบดี มจร เปิดงานสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่น 64 ภาคกลาง เชื่องานบริการวิชาการ มจร ต้นแบบงานเพื่อสังคม”

วันนี้ (18มี.ค.62) เวลา 09.00 น. ที่ อาคาร มวก.48 พรรษา พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร.อธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน และบรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทบัณฑิต มจร กับการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม” ท่านได้กล่าวถึงการบริการวิชาการของ มจร ทั้งส่วนงานที่จัดการศึกษาและสนับสนุน ทั้งนี้ท่านได้กล่าวถึงงานบริการวิชาการซึ่งดำเนินการโดย3ส่วนงานสนับสนุนในส่วนกลางได้แก่(1)กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี(2)สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนา(3)สถาบันวิปัสสนาธุระ รวมถึงการสอนศีลธรรมในโรงเรียนที่ดำเนินการโดยสำนักงานพระสอนศีลธรรมด้วย

ท่านเน้นย้ำให้เห็นผลการดำเนินงาน 6 งานบริการวิชาการสำคัญว่ามีคุณูปการต่อคณะสงฆ์และเป็นประโยชน์แก่สังคมอย่างมาก คือ

(1) งานเผยแผ่ธรรมะทางวิทยุ-โทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต
(2) ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
(3) พระสอนศีลธรรม
(4) บรรพชา และอบรมเยาวชน
(5) นิสิตปฏิบัติศาสนกิจ
(6) พระธรรมจาริก

ท่านได้กล่าวถึงนโยบายและความคิดเกี่ยวกับงานทั้ง 6 งาน โดยสรุปเป็นสาระสำคัญ ดังนี้

(1) งานเผยแผ่ มจร-ปัจจุบันมีการเพิ่มช่องทางและสร้างช่องทางนำธรรมะสู่ประชาชนเพิ่มขึ้นทั้งธรรมะทางวิทยุ-โทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต ผ่าน MCU TV, MUC IT, MCU Facebook มีการขยายผลไปสู่ส่วนภูมิภาค ผลิตเนื้อหาไม่ทัน อาจต้องมีการช่วยพัฒนาเนื้อหาสาระและวิธีการในการนำเสนอ ปัจจุบัน MCU TV ได้ดำเนินการใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การจัดผังรายการโดยมีส่วนงาน มจร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วม,มีทีมงานลงทำถ่ายทำและจัดทำรายการในพื้นที่ร่วมถึงได้มีการให้องค์ความรู้กับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถผลิตเอง และมีการสนับสนุนทรัพยากรที่เกี่ยวข้องร่วมถึงมีนโยบาย การสั่งการ กำกับ ดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด ด้วยสถานะ บทบาทและภาพลักษณ์ที่มี เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จและเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้

(2) บริการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มจร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้จัดบริการวิชาการการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญของชาติ เป็นการบริการวิชาการในด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้สนใจโดยทั่วไปในอนาคตจะให้บริการในลักษณะเป็นเชิงบูรณาการกับศาสตร์ต่าง ๆ เป็นหลักสูตร เช่นอาจจะตั้งชื่อหลักสูตรว่าเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานของผู้บริหารองค์กรระดับสูง วิทยากรทั้งในส่วนวิชาการและภาคปฏิบัติมีลักษณะเฉพาะและเก็บค่าบำรุงตามสมควร

(3) พระสอนศีลธรรม มีการดำเนินการมามีความมั่นคงและยั่งยืนในระดับเป็นที่น่าพอใจโดยมีส่วนงาน คือ สำนักงานพระสอนศีลธรรม มีคณะกรรมการกำกับดูแล และมีศูนย์ดูแลในส่วนภูมิภาค เป็นส่วนสำคัญที่พวกเรามีส่วนทำให้ มจร มีบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาศักยภาพของพระสอนศีลธรรมในเรื่องเทคนิคและวิธีการสอน Active Learning และการจัดทำการจัดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการสอนโดยเฉพาะ เพิ่มและเติมในส่วนของความรู้เกี่ยวกับรายวิชาที่มีความจำเป็นและสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและวิธีการสอนที่น่าสนใจ เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มในกิจกรรมการเรียนการสอนศีลธรรมในโรงเรียน

(4) บรรพชาและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน จากข้อมูลการสรุปตัวเลขของกองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี ได้นำมาใช้ในเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในงาน ครบ 130 ปี มจร ปรากฏในสูจิบัตรในส่วนงานบริการวิชาการ พบว่ามีข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ครบทุกมิติ แต่น่าเสียดายที่ผลการดำเนินการที่มีคุณค่าและประโยชน์มหาศาลต่อสังคมอย่างนี้ ไม่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่วนตัวเมื่อมีโอกาสจะนำไปสื่อสารทุกช่องทาง ทุกเวที และข้อมูลส่วนนี้ได้นำไปลงไว้ในเอกสาร “นโยบายและทิศทางของ มจร” เมื่อคราวรับตำแหน่งอธิการบดี การจัดบรรพชาและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปจำนวนกว่า 100,000 คน มีจำนวนแต่ละปีมากกว่า 400 หน่วยอบรม มีการใช้ทรัพยากรและงบประมาณในส่วนของ มจร เข้าใจว่าไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่ใช้งบประมาณจริงในแต่ละปีซึ่งเป็นต้นทุนทางสังคมมากกว่า 60 ล้านบาท ด้วยเป็นในช่วงปิดภาคเรียนโครงการจึงมีส่วนช่วยดูแลลูกหลานแทนพ่อแม่ผู้ปกครอง ช่วยส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอบรมกล่อมเกลาเด็กเยาวชน การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในสังคม สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยแก้ปัญหายาเสพติดและอบายมุขในชุมชน นับว่าเป็นประโยชน์และคุณูปการต่อสังคมอย่างมาก

(5) นิสิตปฏิบัติศาสนกิจ กองกิจการนิสิต ได้มีการยกระดับและพัฒนามาโดยลำดับมีการกำหนดให้จัดทำเป็นโครงการเพื่อสนองานกิจการคณะสงฆ์ แม้ทุกท่านจะทำตามข้อบังคับแต่ก็ถือเป็นบุญกุศล ช่วยดูแลพิจารณาพระที่จะไปรักษาวัดต่าง ๆ ที่ต้องการบุคลากรหรือศาสนทายาทไปสืบต่อรักษาวัด ต้องมีจิตอาสา หายาก ในส่วนของการศึกษานักธรรมบาลียังมีคนที่สนใจอยู่ หากท่านยังมีใจอยู่ในสมณะมีความคุ้นเคยในสถานที่ที่ปฏิบัติศาสนกิจก็ขอให้กลับไปสานต่อ ปัจจุบันอยู่ในกรุงเทพฯหรือบ้านนอกก็คงไม่ต่างกัน

(6) พระธรรมจาริก การทำงานในเชิงรุกหรือจิตอาสาในพื้นที่เฉพาะเคยติดตามพระพรหมบัณฑิต ต้องขอบคุณพระเทพโกศล วัดศรีโสดา เมื่อมจร มี พรบ. มีสถานะที่มั่งคงก็รับเรื่องนี้มาดำเนินการและจัดสรรงบประมาณ ไม่นานนี้ได้ไปตรวจเยี่ยมบัณฑิตอาสา มี 35 อาศรม มจร มีแนวทางในการต่อยอดและขยายผล เช่น โครงการพระบัณฑิตอาสาพัฒนาสันติสุขในชายแดนภาคใต้ โครงการพระบัณฑิตอาสาให้การศึกษาแก่ชุมชน รวมถึงการโครงการเพื่อการสังเคราะห์อนุเคราะห์ผู้พิการและผู้สูงอายุ

ทั้งหมดนี้ เป็นเวที ที่ มจร ได้แสดงบทบาทและสถานะในการให้บริการวิชาการ ในส่วนอื่นที่ มจร มีส่วนในการเกี่ยวข้อง เช่น การดำเนินการเพื่อรองรับการมีพระราชบัญญัติพระปริยัติธรรม,โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ด้วยกิจกรรม 5 ส.,การพัฒนาหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.),โครงการหมู่บ้านรักษาศีลหรือในอดีตเช่นโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดิน ชื่ออาจแตกต่างกันไปแต่มีเป้าหมายเดียวกัน อาจจะขาดความต่อเนื่องและความชัดเจน ต่อไปด้วยความร่วมมือของ 2 แรงสำคัญของทางการ และ มจร คงทำให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง อาจมีโครงการและกิจกรรมในลักษณะนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ด้วย 3 พลังประสาน คือ กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี,สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม และสถาบันวิปัสสนาธุระ และนโยบาย 3 อย่างที่ได้เน้นและให้ความสำคัญ MCU FOCUS คือ (1) Leranning Community (ชุมชนแห่งการเรียนรู้) (2) Academic Service (บริการวิชาการแก่สังคม) (3) Buddhist Innovention for Mental and Social development

เมื่อนำงานบริการวิชาการดังกล่าวมาปรับสถานะ ทิศทาง เชื่อมโยงการทำงานให้ครอบคลุมให้ครบทุกมิติมากขึ้น จัดวางรากฐานเป็นแนวทางในการดำเนินงานทั้งที่เป็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ โครงการกิจกรรม ใส่งบประมาณและดำเนินการให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับนโยบายและพันธกิจของมหาวิทยาลัย มาดูแลให้เป็นระบบระเบียบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เชื่อว่าการทำหน้าที่ตามสถานะ บทบาท และภาพลักษณ์ที่เป็นเพื่องานบริการวิชาการเชื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคณะสงฆ์ สังคมและประเทศชาติขออนุโมทนาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สรุปประเด็นโดย : พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต