มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รองอธิการบดี มจร เยี่ยมให้กำลังใจนิสิตสาขาการจัดการเชิงพุทธปฏิบัติธรรม แนะเป็นโอกาสพัฒนาตนเพื่อสงฆ์และสังคม

“รองอธิการบดี มจร เยี่ยมให้กำลังใจนิสิตสาขาการจัดการเชิงพุทธปฏิบัติธรรม แนะเป็นโอกาสพัฒนาตนเพื่อสงฆ์และสังคม”

วันนี้(19 ธ.ค.61) เวลา 14.00 น. ที่วัดพุน้อย ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี พระราชวรมุนี,ดร.(พล อาภากโร ป.ธ.9) รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต และประธานโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน ระดับปริญญาตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนิสิตบรรพชิตสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร์ เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน ประจำปีการศึกษา 2561 ที่วัดพุน้อย จังหวัดลพบุรี

การนี้ พระครูวินัยธรเอก ชินวํโส อาจารย์ประจำหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ได้ถวายการต้อนรับ และรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ

พระราชวรมุนี ได้ให้โอวาทสรุปใจความสำคัญว่า….ขอขอบคุณหลวงพ่อเจ้าคุณพระโสภณพัฒนคุณ,ดร. เจ้าอาวาสวัดพุน้อยที่เมตตาถวายการอุปถัมภ์โครงการ และขออนุโมทนากับทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานของมหาวิทยาลัย ในฐานะได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยให้เป็นประธานโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน นิสิตระดับปริญญาตรี ทุกคณะ ทุกหลักสูตร ทุกชั้นปี ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และเป็นประจำทุกปีก็จะออกตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนิสิตผู้ปฏิบัติ

การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานไม่อยากให้ทุกท่านทำความรู้สึกว่ามาปฏิบัติธรรมตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยเท่านั้น หากแต่ให้ทำความรู้สึกว่า….เป็นโอกาสที่ทุกท่านจะได้พัฒนาตนเอง ช่วงเวลที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้เราได้พัฒนาตนตามจารีตประเพณีที่บุรพาจารย์ได้นำพานำปฏิบัติกันมา เวลาที่เราจะได้เรียนรู้และปฏิบัติอย่างลึกซึ้งนอกเหนือจากที่ศึกษากันมาในภาคทฤษฎีหรือภาคปริยัติแล้ว วันนี้จึงเป็นโอกาสในการปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง

การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานของทุกท่านในครั้งนี้ มี 3 ประเด็นสำคัญที่อยากกล่าวถึง คือ (1) โอกาสแห่งการพัฒนาตนเอง (2) จรรโลงและสืบทอดพระพุทธศาสนา (3) ได้ทำหน้าที่เพื่อสงฆ์และสังคม ท่านลองพิจารณาแต่ละประเด็น ดังนี้

(1) โอกาสแห่งการพัฒนาตน ได้กล่าวเบื้องต้นแล้วว่า การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ทุกท่านจะได้เข้าสู่การฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานเพื่อพัฒนาตนเอง เป็นประโยชน์ต่อตัวเราล้วนๆเลย ถ้าหากโชคดีท่านมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับก็อาจเข้าใจเข้าใกล้ในสิ่งที่เรียกว่า ความจริงของชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนา อะไรที่เราวางได้ปลดเปลื้องได้วางได้ก็ขอให้วาง มาเพื่อทำหน้าที่เพื่้อพัฒนาตนเอง ภายใต้การช่วยเหลือและแนะนำทางเดินที่ถูกและตรงของพระวิปัสสนาจารย์ทุกท่านที่ท่านเมตตาสละเวลามาชี้ทางถูกบอกทางชอบ

หลายท่านอาจจะเริ่มต้นด้วยสมถกรรมฐานก็แล้วแต่บุญบารมีของแต่ละท่าน จะสมถกรรมฐานหรือวิปัสสนากรรมฐาน แต่ก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้น เพราะสมถกรรมฐานเป็นบาทฐานของวิปัสสนากัมมัฏฐาน อารมณ์สมถกรรมฐานทั้ง 40 เราสามารถนำมาพิจารณาได้ เช่น มรณานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์ เมื่อพิจารณาเห็นจริงสามารถนำไปสู่้วิปัสสนากัมมัฎฐานได้ มีคำกล่าวไว้ว่า…ถ้าอยากเกิดอย่ากลัวตาย ถ้าตายก็เกิด ถ้าไม่เกิดก็ไม่ตาย ถ้ามีเกิดเป็นหัวไม้ ตายก็เป็นหางไม้….

(2) จรรโลงและสืบทอดพระพุทธศาสนา หลายท่านบวชด้วยความตั้งใจอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา อาจจะแบ่งชีวิตไว้เป็น 3 ช่วง 2ช่วงแรกอาจเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และใช้ชีวิตทางโลกมา เมื่อปลายชีวิตก็อาจจะมุ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนและสังคมมากที่สุด เรียกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว อาจพิจารณาเห็นสัจธรรมของชีวิตยอมปลงตัวบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ก็ด้วยหวังทำหน้าที่ในการจรรโลงและสืบทอดพระพุทธศาสนา

(3) ได้ทำหน้าที่เพื่อสงฆ์และสังคม การที่ทุกท่านยอมปลงศรีษะบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เห็นได้ว่าท่านไม่ได้บวชอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นการบวชตามกฎหมายโดยไม่ขัดหรือแย้งพระธรรมวินัย เราจึงได้มีโอกาสทำหน้าที่ตามกฎหมาย พระธรรมวินัย และจารีตประเพณี คณะสงฆ์จึงไม่ได้เกี่ยวข้องแค่พระธรรมวินัยอย่างเดียวเท่านั้นแต่มีกฎหมายบ้านเมืองที่เราต้องยึดถือและปฏิบัติด้วย การที่ญาติโยมบางท่านอาจมีความเห็นบางอย่างที่ขัดกับบทบาทหน้าที่ที่พระสงฆ์ต้องเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมืองที่กำหนดไว้ในพรบ.สงฆ์ คือหน้าที่ปกครอง ศาสนศึกษา ศึกษาสงเคราะห์ เผยแผ่ สาธารณูปการ และสาธารณะสงเคราะห์ หน้าที่เหล่านี้มีส่วนต้องอาศัยปัจจัย 4 เราจะมีแค่พระป่าอย่างเดียวคงไม่พอ หากแต่ต้องมีพระบ้านคอยดูแลเยียวยาจิตใจของญาติโยมด้วยเมื่อต้องประสบกับวิถีแห่งโลกธรรม เรียกว่าต่างคนต่างหน้าที่ มีหน้าที่แตกต่างกัน เมื่อยามญาติโยมเดือดร้อนก็ต้องมีพระบ้านเป็นยาสามัญประจำบ้านหรือสามัญประจำเมือง

ภาพและข่าว:กลุ่มงานส่งเสริมกิจการนิสิต กองกิจการนิสิต มจร