มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้สื่อข่าว AFP สนใจการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เผยมีความก้าวหน้า ชมธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ

“ผู้สื่อข่าว AFP สนใจการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เผยมีความก้าวหน้า ชมธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ หนึ่งในผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เชื่อสามารถสร้างให้พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุขอย่างยั่งยืนได้”

วันนี้ (26 ก.ย. 2561) พระราชวรมุนี,ดร. รองเจ้าคณะภาค 6 และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร เปิดเผยว่า วันนี้ ได้มี MR. Joe Freeman ผู้สื่อข่าว AFP ภาคพื้น Asia Pacific สนใจขอสัมภาษณ์ประเด็นการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา 6 ด้านของคณะสงฆ์ไทย คือ งานด้านปกครอง งานด้านเผยแผ่ งานด้านศาสนศึกษา งานด้านศึกษาสงเคราะห์ งานด้านสาธารณูปการ และงานด้านสาธารณสงเคราะห์ ผนวกเข้ากับอีก 1 ด้าน คือ งานด้านพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาแห่งโลก หรือที่เรียกเป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่า 6+1

พระราชวรมุนี กล่าวว่า การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนานี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.2558 พลันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นเห็นชอบแผนการดำเนินงานของคณะสงฆ์ 6 ด้าน +1 ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอ คณะสงฆ์ได้มุ่งมั่นและเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะปรับปรุงระบบกลไกที่มีอยู่ของคณะสงฆ์ พร้อมที่จะพัฒนางานให้ก้าวไปข้างหน้าในเชิงรุกเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และได้ดำเนินงานมีก้าวหน้ามาโดยลำดับทุกฝ่าย

กล่าวถึงในช่วงนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่ 3 (ม.ค.2560-ธ.ค.2563) ซึ่งที่ผ่านมาและกำลังดำเนินการ คือ ได้มีการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์หรือแผนแม่บทที่จะขับเคลื่อนงาน และได้เริ่มลงมือทำงานตามแผนมาแล้วโดยลำดับ ทั้งการที่ มส. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) มีพระราชวรเมธี วัดประยุรวงศาวาส เป็นประธาน กรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ มส. เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งทางคณะกรรมการ คปพ. ได้มีการสื่อสารและสร้างการรับรู้ให้กับคณะสงฆ์ทั้ง 4 หน เพื่อรับทราบและดำเนินการขับเคลื่อนแล้ว อีกทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับภาคขึ้นมาอีกชุดเพื่อเป็นคณะกรรมการประสานแผนงานการการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาระดับภาค องค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด (พศจ.) และผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ เป็นต้น และที่สำคัญในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่มีคณะสงฆ์ระดับจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในระดับพื้นที่

อย่างไรก็ตาม โครงการ/กิจกรรมของคณะกรรมการแต่ละฝ่ายได้มีการดำเนินงานก้าวหน้ามาโดยลำดับทุกด้าน หนึ่งในหลายตัวอย่างที่มีการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม คือ การขับเคลื่อนงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนางานด้านสาธารณสงเคราะห์ โดยมีพระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา เป็นประธานกรรมการ ที่มีการขับเคลื่อนงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ มีผลลัทธ์ที่เกิดจากการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมตามหมวดธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เช่น การสร้างพระแกนนำสุขภาวะ เป็นพระคิลานุปัฎฐาก หรือพระ“อสว” พระอาสาสมัครหรือพระหมอประจำวัดทั่วประเทศโดยความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังมีการขับเคลื่อนเรื่องอื่น ๆ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ กุฏิสงฆ์อาพาธ กองบุญสุขภาวะพระสงฆ์ ระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพพระสงฆ์ ที่สำคัญบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะโดยเฉพาะสุขภาวะทางปัญญา ที่กล่าวมานี้ ผลเกิดจากการที่คณะสงฆ์มุ่งมั่น และเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะปรับปรุงระบบกลไกที่มีอยู่ของคณะสงฆ์ และพร้อมที่จะพัฒนางานกิจการคณะสงฆ์ทั้ง 6+1 ให้ก้าวไปข้างหน้าในเชิงรุกเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก