มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รองอธิการ มจร เชื่อนิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่น ๖๔ ภาคอีสาน ทำโครงการปฏิบัติศาสนกิจต้องทำเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ย้ำต้องเริ่มจากพัฒนาตนเองและเป็นผู้นำคนอื่นได้

“รองอธิการ มจร เชื่อนิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่น ๖๔ ภาคอีสาน ทำโครงการปฏิบัติศาสนกิจต้องทำเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ย้ำต้องเริ่มจากพัฒนาตนเองและเป็นผู้นำคนอื่นได้”

เมื่อวันที่ ๑๔ ก.ค.๖๑ เวลา๐๙.๐๐ น. ณ มจร วิทยาเขตขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พระราชวรมุนี,ดร.รก.รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศนิสิตก่อนออกปฏิบัติศาสนกิจประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบรรยายพิเศษ เรื่อง “การปฏิบัติศาสนกิจตามนโยบายมหาวิทยาลัย” กล่าวรายงานโดยพระโสภณพัฒนบัณฑิต,รศ.ดร. รก.รองอธิการบดีวิทยาเขตขอนแก่น และรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นโดยมีพระนิสิตเข้าร่วมจำนวน ๖๑๕ รูป

พระราชวรมุนี,ดร. กล่าวเปิดงานและให้โอวาทตอนหนึ่งว่า…มจร ได้กำหนดให้นิสิตปฏิบัติศาสนกิจจะต้องปฏิบัติศาสนกิจ ในเพศบรรพชิตเป็นเวลา ๑ ปี เพื่อปฏิบัติงานสนองงานในกิจการคณะสงฆ์และสนองงานตามนโยบายและพันธกิจของมหาวิทยาลัย

การปฏิบัติศาสนกิจ มุ่งหวังให้ท่านทั้งหลายได้นำความรู้ความสามารถที่ท่านทั้งหลายได้ศึกษาครบแล้วตามหลักสูตร ซึ่งถือว่าได้ผ่านการฝึกฝนอบรมตน มีคุณลักษณะที่ มจรคาดหวัง การปฏิบัติศาสนกิจทุกท่านช่วยขับเคลื่อนงานกิจการคณะสงฆ์ทั้ง๖ด้านตามความถนัดโดยจัดทำเป็นโครงการ ทั้งด้านปกครองเผยแผ่ ศึกษาสงเคราะห์ สาธารณูปการ และสาธารณสงเคราะห์ ขณะนี้มีการขับเคลื่อนวัดประชารัฐสร้างสุข หมู่บ้านรักษาศีล๕ และงานเกี่ยวกับสุขภาวะทุกท่านสามารถดำเนินการได้ท่านต้องพัฒนาตนเองแลนำคนอื่นได้

ในช่วงบ่ายมีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อให้นิสิตได้ช่วยกันระดมความคิดตามกลุ่มกิจการงานคณะสงฆ์ที่สนใจ การนี้มีพระมหาราชัน จิตฺตปาโล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต และพระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต หัวหน้าภาคสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา เป็นวิทยากรนำกระบวนการให้แนวทางในการจัดทำโครงการ ใน ๔ คำถามสำคัญ(๑)ภาพอนาคตที่ท่านอยากเห็นเมื่อปฏิบัติศาสนกิจจบ (๒) ร่วมค้นหาและแบ่งปันเทคนิคและวิธีการในการปฏิบัติศาสนกิจที่ดี (๓) ใครหรือเครือข่ายไหนสามารถเข้ามาช่วยงานปฏิบัติศาสนกิจเราได้ (๔) เป้าหมายระยะสั้นระยะยาว (ความต่อเนื่องหรือความยั่งยืน)

การประชุมกลุ่มย่อย ๖ กลุ่มได้แก่ (๑) กลุ่มปฏิบัติศาสนกิจด้านการปกครอง (๒) กลุ่มปฏิบัติศาสนกิจด้านเผยแผ่ (๓) กลุ่มปฏิบัติศาสนกิจด้านศาสนศึกษา (๓) กลุ่มปฏิบัติศาสนกิจด้านศึกษาสงเคราะห์ (๔) กลุ่มปฏิบัติศาสนกิจด้านสาธารณูปการ (๕) กลุ่มปฏิบัติศาสนกิจด้านสาธารณสงเคราะห์

การประชุมกลุ่มย่อยมีผู้บริหาร คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมเป็นวิทยากรและผู้ช่วยวิทยากรประจำกลุ่ม และจากผลการนำเสนอผลของและกลุ่ม ดำเนินรายการ โดย พระมหาสุเทพ สุปณฺฑิโต หัวหน้าภาคสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา พบว่า ในการปฏิบัติศาสนกิจของนิสิตทุกกลุ่มเสนอว่าต้องทำงานเชิงรุก เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายให้มากขึ้น การพัฒนาศักยภาพของนิสิต ความต่อเนื่องและความยั่งยืนในงานการทำงานมีการวัดผลประเมินผลอย่างชัดเจน

ในช่วงพิธีปิดการปฐมนิเทศนิสิตก่อนออกปฏิบัติศาสนกิจ รุ่นที่๖๔ ประจำภาคอีสาน โดย พระโสภณพัฒนบัณฑิต,รศ.ดร. รก.รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต และรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ได้อนุโมทนาขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ท่านได้ให้แนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจว่าให้เริ่มจากตนเอง ทำโครงการที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริง เริ่มจากจุดเล็กๆ แต่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม เริ่มจากตัวเราเอง ทำอย่างโครงการเดี่ยวแต่เห็นหลายด้าน หลังจากนั้นได้นำกราบลาพระรัตนตรัยและบันทึกภาพรวมกัน

มหาจุฬาฯ พานิสิตพิชิตสู้
ร่วมเรียนรู้คู่ศีลธรรมนำสุขี
สร้างบัณฑิตโดดเด่นเป็นคนดี
ก็เพราะมีนวลักษณ์เก้าประการ

หนึ่งนั้นมีปฏิปทาหน้าเลื่อมใส
สองคือใฝ่ รู้จักคิดจิตประสาร
สามเป็นผู้นำด้านความคิดจิตวิญญาณ
สี่เชี่ยวชาญ ด้านภาษา สามารถพอ

ห้าอุทิศตน ศรัทธา พุทธศาสน์
หกองค์อาจ เสียสละส่วนรวมขอ
เจ็ดรู้ทันการเปลี่ยนแปลงไม่รีรอ
แปดนั้นหนอ มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล

เก้าพัฒนานวัตกรรมเชิงพุทธ
ใจจ่อจุดมุ่งมั่น มิหวั่นไหว
คุณธรรมจริยธรรมนำจิตใจ
ท่องจำไว้ประพฤติธรรม เป็นคนดีฯ

ประพันธ์โดย พระมหาอธิวัฒน์ ภทฺรกวี ปธ.๖
วัดธาตุ พระอารามหลวง ขอนแก่น
แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระภาณุวัฒน์ จนฺทวฑฺฒโน วัดป่ากล้วย จ.เชียงราย